Tag Archives: การยิงปืน
พื้นฐานการยิงปืน

101014D6O81383

การจะยิงปืนให้ได้ดีนั้น จะต้องประกอบด้วยปัจจัยอยู่ 3 ประการ คือ

พื้นฐานในการยิงปืน

1. การตั้งท่าและความมั่นคง : ท่ายิงมีความสำคัญต่อการยิงเป็นอย่างยิ่งเพราะการตั้งท่าที่ดีนั้นจะก่อให้เกิดความสมดุลและความมั่นคงของร่างกายและมือ โดยให้มีการกระทบต่อระบบกล้ามเนื้อและร่างกายน้อยที่สุด ช่วยรักษาระดับพื้นที่การใช้แขนและพื้นที่การยิงให้น้อยที่สุด ช่วยรักษาระดับศรีษะและแขนให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้ตามองเห็นชัดที่สุดระหว่างการเล็งเป้าหมาย และเพื่อให้มีความมั่นคงตลอดเวลาการยิง
การตั้งท่าที่ถูกต้องและสมบูรณ์

วางเท้าให้ห่างกันเท่ากับความกว้างของหัวไหล่
ให้น้ำหนักตัวและน้ำหนักปืน ตกลงบนขาทั้งสองข้าง
แขนที่ใช้ยิงจะต้องเหยียดเต็มที่ พร้อมทั้งข้อมือและข้อศอกจะต้องนิ่งที่สุด
แขนและไหล่ต้องทำมุมประมาณ 12-20 องศา
แขนที่ไม่ใช้ยิงจะต้องผ่อนคลาย โดยอาจจะวางไว้ที่กระเป๋าหรือเข็มขัดด้านหน้า เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น
เงยศีรษะขึ้นและจ้องไปที่เป้าหมาย เพื่อให้สามารถปรับสายตาได้ และปราศจากการรบกวน
ความสมดุลในจุดยิง เกิดจากการเคลื่อนไหวของแขนมุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างช้าๆ
ในจุดที่เตรียมพร้อม 45 องศากับเป้าแขนจะถูกยกขึ้นมาสู่จุดยิงโดยการบังคับของกล้ามเนื้อไหล่เท่านั้น ส่วนอื่นๆจะไม่มีการเคลื่อนไหว
การจับปืน : นั้นจะต้องรู้สึกว่าฝืนธรรมชาติเล็กน้อย โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่เคยฝึกมาก่อน แต่เมื่อฝึกแล้วก็จะสามารถทำได้คล่อง

การจับปืนที่ถูกต้อง

ให้ทำมือเป็นรูปตัว “V”
นำด้ามปืนสอดเข้าอุ้งมือ
ให้แนวของลำกล้องขนานกันเขน และส่วนบนของมือเสมอกับส่วนบนของด้ามปืน
ใช้นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อยกำด้ามปืน
นิ้วชี้เมื่อยังไม่ใช้ให้วางไว้ข้างปืนเหนือโกร่งไกปืน
นิ้วหัวแม่มือควรเหยียดตรงและวางแนบข้างปืน
การแตะไกรปืน ให้ใช้นิ้วชี้ข้อปลายส่วนกลางข้อแตะที่ไกปืน

การหายใจ :
การหายใจจะต้องมีการเคลื่อนหวของท้อง กล้ามเนื้อหน้าอกและหลัง ถ้าการยิงปืนมีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด จะเป็นการยิงปืนที่ได้ผลดีที่สุด ดังนั้น ขณะยิงปืนการหายใจน้อยที่สุดหรือไม่หายใจเลยระหว่างที่ปล่อยกระสุนออก จะทำให้ผลการยิงออกมาดี
แต่ขณะที่ทำการกลั้นหายใจนั้น โลหิตจะขาดออกซิเจน ซึ่งถ้านานมากจะทำให้เกิดอาการหน้ามืดและหมดสติได้ เนื่องจากการแตกตัวของเซลล์สมองอันเป็นผลจากการที่เลือดไม่ได้รับออกซิเจน ดังนั้น เราจึงควรฝึกการหายใจเพื่อใช้ในการยิงปืนให้ได้ประมาณ 6-10 วินาที
การหายใจที่ถูกวิธี

ควรยืนในท่าที่ถูกต้อง และก่อนยกปืนขึ้นให้หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ แล้วหายใจออกประมาณ 2 ครั้ง
ในขณะยกปืนขึ้น ให้หายใจเข้าปกติ แต่เมื่อยกปืนถึงเป้าหมาย ให้หายใจออกจนถึงจุดที่หยุดการหายใจ
ในขณะที่หยุดการหายใจ ให้ทำการยิงได้ แต่ร่างกายจะต้องอยู่ในท่าที่มั่นคง
เมื่อกระสุนถูกยิงออกไปแล้ว ร่างกายยังคงต้องอยู่ในสภาพนิ่ง จากนั้นจึงค่อยๆลดแขนลงแล้วเริ่มการหายใจตามปกติ

การเล็ง :
การเล็ง หมายถึง การจัดให้ลำกล้องปืนชี้ไปยังเป้ายิง ซึ่งมีสูตรการเล็งอยู่ว่า “หลับตาซ้ายเล็งด้วยตาขวา ให้ยอดศูนย์หน้าอยู่กึ่งกลางช่องบากศูนย์หลังเสมอ วางไว้ส่วนล่างของที่หมาย” ซึ่งอธิบายได้ดังนี้

หลับตาซ้ายเล็งด้วยตาขวา หมายความว่า ให้ใช้สายตาเพียงข้างเดียวทำการเล็ง
ให้ยอดศูนย์หน้าอยู่กึ่งกลางช่องบากศูนย์หลัง หมายความว่า จัดให้ศูนย์หน้าอยู่กึ่งกลางของช่องศูนย์หลัง
เสมอสันบากศูนย์หลัง หมายความว่า ใหส่วนบนของศูนย์หน้าเสมอกับส่วนบนของศูนย์หลัง
วางไว้ส่วนล่างของที่หมาย หมายความว่า เมื่อจัดศูนย์หน้าและศูนย์หลังได้แล้ว ให้นำศูนย์ทั้งสองไปวางไว้ด้านล่างของขอบจุดวงกลมสีดำ

การเล็งที่สมบูรณ์

ศูนย์หน้าต้องมองเห็นชัด
ศูนย์หลังเบลอ
แสง 2 ข้างของศูนย์หน้าต้องเท่ากัน
ความกว้างของศูนย์หน้าขึ้นอยู่กับบุคคล
ความลึกของศูนย์หลังต้องเพียงพอที่จะเห็นศูนย์หน้าได้อย่างชัดเจน
การตั้งศูนย์ :
ศูนย์ปืนจะประกอบด้วยศูนย์หน้าและศูนย์หลัง ศูนย์หน้าจะติดตายตัว ไม่สามารถปรับแต่งได้ แต่ศูนย์หลังสามารถปรับแต่งได้โดยการเลื่อนขึ้นลงหรือซ้ายขวา

หลักการตั้งศูนย์ :
เมื่อเรายิงออกไปแล้วกระสุนตกลงเป้า ณ จุดหนึ่ง แต่ไม่ใช่จุดที่เราต้องการ เราสามารถเลื่อนจุดเพื่อให้ตำแหน่งของกระสุนตกลงยังจุดที่เราต้องการ เช่น เมื่อยิงกระสุนออกไปแล้วกระสุนตกลงต่ำกว่าจุดสีดำของเป้า แต่จุดหมายที่เราตั้งไว้คือจุดสีดำ เราสามารถปรับศูนย์ปืนโดยการเลื่อนศูนย์หลังขึ้น หรือถ้ายิงกระสุนและกระสุนตกลงต่ำกว่าจุดสีดำ เราสามารถแก้ไขได้โดยการเลื่อนศูนย์หลังลง หรือเลื่อนไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้
การลั่นไก :
การลั่นไกปืน คือการปล่อยให้กระสุนหลุดออกปืนไปสู่เป้า ซึ่งถือเป็นขั้นสุดท้ายของการยิงปืน
การลั่นไกปืนที่ถูกต้องนั้น จะต้องค่อยๆกดไกเบาๆจนกว่าปืนจะลั่นเอง เพราะถ้ากดไกปืนแรงเกินไปจะทำให้เกิดการกระชาก กระสุนจะตกตรงตามเป้า แต่ถ้าค่อยๆกลไกหรือกดไกอย่างนุ่มนวล กระสุนก็จะค่อยๆออกและตกตรงตามเป้า
การฝึกการลั่นไกนั้นต้องพยายามฝึกโดยไม่ใส่กระสุนปืน ควรฝึกประมาณวันละ 70-80 ครั้งเพราะการฝึกการลั่นไกปืนแบบไม่ใส่กระสุนนั้น จะทำให้การฝึกมีประสิทธิภาพ การยิงนิ่งและไม่ทำให้เกิดการกระชาก

การยิง :
การยิงปืนให้มีประสิทธิภาพนั้นควรยิงตามขั้นตอนต่างๆอย่างถูกต้อง จึงจะสามารถนำไปสู่ชัยชนะได้
ขั้นตอนการยิงปืน

นำมือที่ไม่ใช้ยิงหยิบปืน แล้วนำไปวางในมือที่ใช้ยิง
ตรวจสอบศูนย์ปืน
ตั้งท่าให้ถูกต้อง
หายใจลึกๆประมาณ 2 ครั้ง
หายใจครั้งที่ 3 พร้อมยกปืนขึ้น เมื่อถึงเป้าหมายให้หายใจออก
ค่อยๆสัมผัสไกปืน
เล็งไปยังจุดเป้าหมาย
กดไกปืนอย่างนุ่มนวล
รักษาสภาพการยิงให้ยังคงนิ่งอยู่
ค่อยๆลดมือลง จากนั้นจึงทำการวอเคราะห์การยิง
การรักษาสภาพต่างๆหลังการยิง :
การรักษาสภาพหลังการยิงนั้น มิใช่รักษาเฉพาะช่วงระหว่างปลายกระสุนเท่านั้น แต่ต้องรักษาสภาพต่างๆนับจากหลังการปล่อยกระสุนออกไประยะหนึ่ง จนกระทั่งกระสุนทะลุเป้า

การวิเคราะห์การยิง :
การวิเคราะห์การยิง หมายถึง การที่เรานำผลงานที่ยิงออกไปนั้นมาพิจารณาดูว่าขั้นตอนของการยิงทั้งหมดสมบูรณ์หรือไม่ มีข้อบกพร่องอย่างไร แล้วนำข้อผิดพลาดนั้นมาแก้ไข เพื่อให้การยิงในครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพสมบูรณ์ที่สุด

2.การฝึกฝน :
การฝึกฝนสำหรับกีฬายิงปืนนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นิจึงควรให้มีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องทั้งร่างกายและจิตใจ

3.เครื่องมือและอุปกรณ์ :
ในการแข่งขันกีฬายิงปืน อุปกรณ์สำคัญมีอยู่ 3 ชนิด คือ ปืน กระสุนปืน และเป้ายิง นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์อื่นๆเพิ่มเติมอีก เช่น เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ป้องกันเสียง ที่ปิดตา สลิง เป็นต้น

ประวัติกีฬายิงปืน

แทงบอล กีฬายิงปืนเป็นกีฬาที่ประชาชนคนไทยให้ความนิยมและสนใจเมื่อไม่นานนี้เอง ความจริงแล้วคนไทยรู้จักการใช้อาวุธปืนมาช้านานแล้ว โปรโมชั่น และมีการแข่งขันกันแต่ไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากนัก  ต่อมาบรรดานักยิงปืนทั้งหลายได้เล็งเห็นว่าควรจะได้มีการแข่งขันยิงปืนตามแบบและกติกาและกติกาสากลนิยม

 

ประวัติกีฬายิงปืน

กีฬายิงปืน

ยิงปืน : ประวัติกีฬายิงปืน

กีฬายิงปืน (Shooting) ibcbetเป็นกีฬาที่แข่งกันที่ความแม่นยำ ปิแอร์ เดอ กูแบร์แตง (Pierre De Coubertin) ผู้ฟื้นฟูโอลิมปิกสมัยใหม่นั้น sbo เขาก็เคยเป็นแชมป์ยิงปืนสั้นของประเทศฝรั่งเศสมาหลายปีก่อนแล้ว เขาได้ร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่กรุงเอเธนส์ในปี 1896 ด้วย ในตอนนั้นมีการแข่งขันเพียง 3 รายการเท่านั้น จากนั้นกีฬายิงปืนก็ได้รับการบรรจุในโอลิมปิกมาโดยตลอด ขาดอยู่เพียง 2 ครั้ง คือ ปี 1904 ที่เซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา และ ปี 1928 ที่ อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รายการประเภททีมซึ่งมีทั้งปืนสั้นและปืนยาวค่อยๆถูกตัดออกไปจนหมดไปอย่าง สิ้นเชิงในปี 1948

การยิงปืนเป้าบินรายการสกีท (Skeet) ที่มีขึ้นในช่วงระหว่างปี 1910 ถึง 1915 ในฐานะกีฬาซ้อมมือสำหรับนักยิงปืนนั้นได้รับการบรรจุในโอลิมปิกปี 1968 ที่เม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก

ในสมัยก่อนมีการแข่งขันแบบไม่จำกัดเพศด้วย เรียกว่ารายการโอเพ่น เป็นรายการที่ทั้งหญิงและชายแข่งขันกันด้วยความเสมอภาค ชิงเหรียญเดียวกัน และตลอดมาก็เป็นนักกีฬายิงปืนชายที่คว้าชัยชนะไปครอง จนถึงปี 1976 นักยิงปืนหญิงจึงสามารถเอาชนะได้เหรียญทองเป็นครั้งแรก ซึ่งเกือบทุกรายการแข่งขันเดี๋ยวนี้ทำการแข่งขันในร่มกันทั้งหมด ยกเว้นการแข่งขันยิงเป้าบินที่ยังเป็นการแข่งขันกลางแจ้งอยู่

ปืนพก (Pistol) ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย Caminello Vitelli ณ เมืองพิสโตเอีย รัฐฟลอเรนไตน์ ประเทศอิตาลี ประมาณปี พ.ศ. 2083 โดยใช้ชื่อเมืองที่ถือกำเนิดเป็นชื่อของปืนชนิดนี้ ในช่วงชีวิตของ Vitelli ปืนพกที่ประดิษฐ์ขึ้นยังไม่ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง เนื่องจากปืนของเขายังไม่มีประสิทธิภาพมากมายนัก
ในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2393 เป็นต้นมา มีการนิยมใช้ปืนยาวอัดลม (Rifle) เป็นอย่างมาก ปี พ.ศ. 2403 ในสหรัฐอเมริกาจัดให้มีการแข่งขันยิงปืน ณ สถานที่ต่างๆ ตามริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เช่น ริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ โดยสมาคมยิงปืนยาวอัดลมแห่งชาติ (The National Rifle Association) สมาคมแห่งนี้ได้สร้างกฎระเบียบในการกีฬาประเภทนี้คือ มาตรฐานของเป้า และระยะ เป็นต้น จากความไม่มีระเบียบ ไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนมาสู่มาตรฐานจึงได้จัดให้มีการแข่งขันยิงปืนยาวอัดลม เพื่อชิงชนะเลิศระหว่างชาติ โดยใช้กฎอันเดียวกันเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2414 และได้ถูกจัดแข่งขันกันอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา
ต้นปี พ.ศ. 2423 ซึ่งเป็นระยะที่ประชาชนทั่วไปกำลังให้ความสนใจอยู่กับปืนลม Paine นักแม่นปืนของสหรัฐอเมริกาผู้หนึ่งได้แสดงการยิงปืนพก และปืนสั้น (Revolver) ในขณะที่เขาท่องเที่ยวไปยังประเทศอังกฤษ เป็นผลให้สมาคมยิงปืนแห่งแมสซาชูเซตส์ได้มอบโล่รางวัลให้ทั้งปืนพกและปืน สั้น จึงทำให้บรรดาสมาชิกทั้งหลายหันมาสนใจอาวุธปืนทั้ง 2 ชนิด ตั้งแต่นั้นมาคนทั้งหลายจึงให้ความนิยมสนใจกับอาวุธปืนกันอย่างแพร่หลาย โดยมีการจัดการแข่งขันอย่างกว้างขวาง ซึ่งการแข่งขันยิงปืนได้บรรจุเข้าไว้ในการแข่งขันกีฬาระดับชาติ เช่น การแข่งขันกีฬาแหลมทอง (ซีเกมส์) เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ เป็นต้น
กีฬายิงปืน
ประวัติยิงปืนในประเทศไทย
กีฬายิงปืนเป็นกีฬาที่ประชาชนคนไทยให้ ความนิยมและสนใจเมื่อไม่นานนี้เอง ความจริงแล้วคนไทยรู้จักการใช้อาวุธปืนมาช้านานแล้ว และมีการแข่งขันกันแต่ไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากนัก ต่อมาบรรดานักยิงปืนทั้งหลายได้เล็งเห็นว่าควรจะได้มีการแข่งขันยิงปืนตาม แบบและกติกาและกติกาสากลนิยม จึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดการแข่งขันยิงปืนขึ้นตามแบบและกติกาสากล นิยม จึงได้มีการจัดตั้งสมาคมยิงปืนสมัครเล่นแห่งประเทศไทย โดยจดทะเบียนก่อตั้งอย่างถูกต้อง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2501
ภายหลังจากที่สมาคมยิงปืนสมัครเล่นแห่ง ประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว สมาคมฯจึงได้คัดเลือกนักกีฬายิงปืนส่งเข้าร่วมการแข่งขันกับนานาชาติ เช่น การแข่งขันซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 17 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ในปี พ.ศ. 2503
ในปี พ.ศ. 2501 สมาคมยิงปืนสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จึงได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์ยิงปืนแห่งเอเชีย และสมาชิกของสหพันธ์ยิงปืนนานาชาติในปีเดียวกัน ซึ่งประเภทการแข่งขันยิงปืนตามแบบสหพันธ์ยิงปืนนานาชาติ ซึ่งจัดการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกมี 7 ประเภท คือ
1) ปืนยาวท่านอน
2) ปืนสั้นยิงช้า
3) เป้าบินประเภทแทร็ป
4) ปืนยาว 3 ท่า
5) เป้าเคลื่อนที่
6) ปืนสั้นยิงเร็ว
7) เป้าบิน (ประเภทสกีต)